มาจัดบ้านหวาน…ต้อนรับวาเลนไทน์กันดีกว่า

 
มาจัดบ้านหวาน…ต้อนรับวาเลนไทน์กันดีกว่า

เมื่อเทศกาลแห่งรัก 14 กุมภาพันธ์ เวียนมาถึง ของขวัญแห่งความรักมากมายก็ทยอยออกมาเรียกน้ำย่อย ตั้งแต่ช่อดอกไม้สวยงามไปจนถึงช็อกโกแลตรูปทรงแปลกตา และสำหรับการสังสรรค์ของคู่รัก หรือการใช้เวลาอยู่ด้วยกัน มีที่ไหนเป็นส่วนตัวเท่ากับฉลองที่บ้านเล่า… เอ้า! เมื่อเป็นเช่นนี้สาวๆ หนุ่มๆ คนไหนที่จะพาแฟนไปบ้าน ลองนำเคล็ดลับดังต่อไปนี้ไปเปลี่ยนบ้านให้เป็นสวรรค์นะจ๊ะ โดย คุณ วงศรณ สุทธิกุลพาณิช อินทีเรียร์ดีไซเนอร์อิสระ บอกเคล็ดลับง่ายๆ เพื่อความโรแมนติกในวันวาเลนไทน์สำหรับทุกคู่รัก และใครก็ได้ที่รักกัน ให้จัดบ้านดังนี้จ้า. . . 1. ไลติ้ง เรื่องของแสงเป็นตัวการเปลี่ยนบรรยากาศให้โรแมนติกได้ง่ายที่สุด ถ้าบ้านใครติดตั้งไฟแบบวอร์มไวท์ เพียงแค่ปรับลดแสงลง แค่นี้ก็ซึ้งแล้ว . . . จากนั้นเพิ่มโคมไฟตั้งโต๊ะแทนที่ เพื่อให้แสงภายในบ้านนุ่มนวลขึ้น หรือจะจุดเทียนในบางจุดก็ได้ แต่ขอแนะนำว่าอย่าจุดมากจนเกินไป เพราะแสงเทียนจะวูบวาบเมื่อโดนลม แสงจากโคมไฟจึงเหมาะที่สุด และเป็นแสงที่นิ่งไม่วูบไหว แต่ในกรณีที่บ้านใครติดตั้งไฟเดย์ไลต์ หรือใช้หลอดไฟฟลูออเรสเซนซ์โดยเฉพาะ ถ้าเป็นแสงสีขาว แสงที่ออกมาจะทำให้ห้องดูแข็งกระด้าง ไม่นุ่มนวล จะทำลายอารมณ์โรแมนติกหมด ขอแนะนำให้ปิดไปเลย เปลี่ยนไปใช้โคมไฟแทน เพื่อให้ห้องนุ่มนวลขึ้น ในกรณีที่ใครกำลังสร้างบ้านใหม่ หรือจะเปลี่ยนแปลงระบบไฟใหม่ ในห้องนั่งเล่น หรือห้องที่ต้องการบรรยากาศโรแมนติก ขอแนะนำให้เลือกใช้ไฟแบบวอร์มไวท์ เพราะสามารถปรับระดับแสงได้ตามความต้องการ หรือติดตั้งไฟสีส้มเพื่อให้แสงนุ่ม ให้ความรู้สึกอบอุ่นกว่า แถมยังช่วยขับผิวพรรณสาวหนุ่มให้ดูดีขึ้นอีกด้วย 2.ผิวสัมผัส นอกจากแสงที่เปลี่ยนบรรยากาศให้โรแมนติกแล้ว ผิวสัมผัสที่ได้รับก็ส่งผลต่ออารมณ์เช่นกัน ในที่นี้หมายถึงงานผ้าในการตกแต่ง ตั้งแต่ผ้าบุโซฟา ผ้าม่าน หากสามารถเปลี่ยนเป็นเนื้อผ้าที่มีความอ่อนนุ่มได้ เช่น ลินิน ไหม หรือซาติน ก็จะช่วยให้สิ่งรอบๆ ตัวดีขึ้นไปหมด สัมผัสที่นุ่มนวลย่อมมีผลต่ออารมณ์ที่นุ่มนวล ทั้งยังเปลี่ยนเป็นบรรยากาศที่สบายๆ ได้มากขึ้น นุ่มนวลอบอุ่นมากขึ้น 3.สีสัน แม้สัญลักษณ์ของวาเลนไทน์จะเป็นกุหลาบสีแดง แต่การตกแต่งห้องด้วยสีแดงทั้งหมดนั้นอาจรุนแรงไป ไม่ว่าจะเป็นแดงหรือชมพูก็ตาม หากสีเยอะจนเกินไปจะดูแป๋น ซึ่งผู้หญิงอาจชอบ แต่ขอแนะนำว่าไม่เหมาะกับผู้ชายเท่าไหร่ ผู้ชายเหมาะที่จะอยู่ในสภาพแวดล้อมในโทนสีที่อบอุ่น เช่น น้ำตาลออกกาแฟ หรือสีเขียวมะกอก ดังนั้นการแต่งห้องด้วยสีจึงต้องระวังให้ดี คือไม่ให้เป็นสีจัดรุนแรงทั้งหมด แต่ควรมีการเบรกด้วยสีอื่นบ้าง เช่น ถ้าห้องสีเข้มแล้วก็ควรใช้ของตกแต่งที่เป็นสีอ่อนบ้าง ในทางกลับกัน หากห้องสว่างสดใสก็แต่งเฟอร์นิเจอร์สีเข้มลงไป เช่น ห้องสีขาวหรือครีม ก็ควรใช้งานผ้าสีกาแฟ หรือแดงได้เล็กน้อย เป็นต้น 4.การจัดโต๊ะ วาเลนไทน์ทั้งที มื้อนี้อิ่มกับคนรักต้องพิเศษกว่าธรรมดาหน่อย วงศรณแนะนำว่า ความตื่นเต้นบนโต๊ะอาหารสร้างง่ายๆ ด้วยชุดภาชนะนี่เอง เปลี่ยนให้สวยงามสดใสตามใจชอบ ภาชนะที่เหมาะควรเป็นชุดที่มีรายละเอียดเป็นลวดลายที่อ่อนหวาน ภาชนะเรียบๆ ไม่เหมาะในโอกาสนี้ สิ่งที่เติมเต็มบรรยากาศอีกอย่างก็คือ แผ่นรองจาน ซึ่งช่วยเพิ่มความหรูหราให้มื้ออาหารนั้น ทำให้มีความรู้สึกที่พิเศษขึ้น และพิถีพิถันมากขึ้น ที่สำคัญพลาดไม่ได้ก็คือ ควรมีการจัดโต๊ะสักเล็กน้อย วิธีการจัดก็ง่ายๆ คือจัดลงไปที่กลางโต๊ะ หรือที่เรียกว่าเซ็นเตอร์พีซ โดยการใช้เชิงเทียนแสนหรู เหมาะสมกับบ้านและฐานะ หรือจัดดอกไม้ลงไป ควรระวังไม่ให้ดอกไม้ในแจกันเว่อสุดขีด หรือใหญ่เกินไป เพราะจะบังหน้า ควรจะต้องเตี้ยกำลังดี รวมทั้งเรื่องของสีดอกไม้ด้วย อย่าลืมเลือกให้กลมกลืนกับสีของบ้านและภาชนะ นอกจากดอกไม้บนโต๊ะอาหารแล้ว การจัดดอกไม้ในบ้านสำหรับวันสำคัญนี้ก็เป็นสิ่งที่ห้ามมองข้าม เพราะดอกไม้เติมอารมณ์โรแมนติกได้ดี ถ้าเป็นห้องโปร่งสีขาวหรือสีสว่าง ควรเลือกดอกไม้แบบดอกเล็กๆ ใบเล็กๆ มีสีหวานอย่างพาสเทล เพื่อเพิ่มความหวาน และให้ภาพรวมที่นุ่มนวล แต่ถ้าชอบสีแดงของดอกกุหลาบก็จัดแต่งได้ แต่ต้องไม่มาก หรือผูกขาดแค่สีเดียวเพราะจะทำให้น่าเบื่อ และดูแรงไป ควรจัดสีแดงไว้จุดหนึ่ง แล้วจุดอื่นๆ ก็ใช้สีอื่นที่เบาลงมา เพื่อให้บ้านธรรมดาๆ มีชีวิตชีวาและมีสีสัน เคล็ดลับง่ายๆ จากนักออกแบบตกแต่งภายในคนนี้ คงช่วยสร้างสีสันของบ้านให้อบอวลไปด้วยบรรยากาศของความรักได้อย่างไม่ยากเย็นเกินไปนัก ใช่ไหมล่ะ . . .



เมื่อ : 10 ก.พ. 50 8:30:37
ที่มา: http://www.kapook.com
โดย : vipcream