นอนกรน มหันตภัยใกล้ตัว

 
นอนกรน มหันตภัยใกล้ตัว

นอนกรน มหันตภัยใกล้ตัว

 

“นอนกรน” มหันตภัยใกล้ตัว

ที่คนป่วยมักไม่รู้ตัว แต่คนรอบข้างร่วมห้องนอนต่างต้องทนรับฟังเสียงประสานยามค่ำคืน จนบางคนนอนไม่หรับใครจะรู้ว่าแค่นอนกรน จะมีอันตรายถึงขั้นเกิด”ภาวะหยุดหายใจขนะหลับ”จนกระทั่ง ”หยุดหายใจไปขนะตื่น”ด้วยก็ว่าใด้ เสียงกรนเกิดขึ้นจากเหตุและปัจจัยมากมายหลายอย่าง แต่สิ่งที่สำคัญและดูเป็นหัวหน้าแก๊งที่นำโรคอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคความดันโลหิต เบาหวาน โรคหัวใจ และโรคนอนกรน คงหนีหัวหน้าแก๊งที่ชื่อ”โรคอ้วน”นั่นเอง ทำอย่างไรจึงจะสังเกตอาการนอนกรนได้ ภาวะหยุดหายใจขนะหรับ จะเกิดขึ้นกับเราหรือไม่ และจะมีการรักษาอย่างไร ต้องติดตาม…ร่วมห้องต่างต้องทนรับฟังเสียงประสานยามค่ำคืน จนบางคนนอนไม่หลับ

เสียงกรนมาจากไหน

เสียงกรนเกิดจากการที่อากาศเคลื่อนผ่านทางเดินหายที่แคบลง เช่น บริเวณที่มีเนื้อเยื่ออ่อนที่นุ่มหรือหย่อนเกินไปหรือบริเวณซึ่งไม่มอวัยวะส่วนแข็งค้ำยัน บริเวณเหล่านี้เองสามารถเกิดการอุดกั้นทางเดินหายใจ ได้ง่ายเช่นส่วนเพดานอ่อน ลิ้นไก่ โครนลิ้น กล้ามเนื้อและเยื่อบุของลำคอบริเวณที่แคบลงนี้ ทำให้เกิดการอุดกั้นบริเวณบางส่วนและเป็นต้นเหตุของเสียง ครอกฟี้ๆๆ ในยามค่ำคืน

อาการนอนกรน

อาการของโรคนอนกรนมี 2 ประเภท คือ

1.อาการนอนกรนธรรมดา ไม่อันตราย เพราะไม่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ แต่เป็นที่รำคาญของบุคคลรอบข้าง

2.อาการนอนกรนอันตรายที่มีภาวะหยุดหายใจร่วมด้วยส่งผลร้ายต่อสุขภาพ คือการหยุดหายใจขนะหลับ จะทำให้ผู้ป่วยนอนหลับไม่สนิด สะดุ้งตื่นเป็นช่วงๆ ทำให้นอนหลับไม่เต็มที่ ส่งผลต่อการเรียน การงาน ในช่วงกลางวันไม่เต็มที่ เนื่องจากมีอาการง่วงมากผิดปกติในเวลากลางวัน มีแนวโน้มเกิดอุบัติเหตุในท้องถนน หรือในโรงงานอุตสาหกรรมมากกว่าคนปกติ2-3เท่าเพราะหรับใน

โรคนอนกรน

สัมพันธ์โดยตรงกับการเกิดภาวะหยุดหายใจขนะหลับ(obstructive sieep Apnea:osa)ซึ่งมีความเสี่ยงสู้ต่อการเกิดโรคไหม่ๆมากมาย ได้แก่โรคความดันโลหิตสูง โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ,โรคความดันโลหิตในปอดสู้,โรคหลอดเลือดในสมอง อัมพฤกษ์,อัมพาต รวมถึงโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ท้ายสุดอาจถึงขั้นหยุดหายใจขนะหลับ จนร่างกายขาดอากาศหายใจ และเสียชีวิตในที่สุด!!!

รู้ได้อย่างไรว่า เป็นโรคนอนกรน

ทำได้โดยสอบถามประวัติจากคู่นอนว่า มีอาการนอนกรนหรือหายใจเสียงดัง มีช่วงหยุดหายใจหรือหายใจไม่สม่ำเสมอหรือไม่ บางครังอาจพบอาการสดุ้งตื่นหรือพริกตัวตอนนอน นอนกระสับกระส่ายเหงื่อออกผิดปกติขณะหลับ ในเด็กถ้ามีการอุดกั้นทางเดินหายใจมากจะทำให้เด็กนอนตะแครงหรือนอนคว่ำนอกจากนี้อาจพบ อาการปากแห้ง คอแห้งในตอนเช้า เพราะต้องหายใจทางปากทั้งคืน และเมื่อตี่นขึ้นก็รู้สึกว่านอนไม่เต็มอิ่ม เหมือนไม่ได้หลับทั้งคืน และอาการจะหนักขึ้นเรี่อยๆ ถ้าดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือทานยานอนหลับ

สัญญาณอันตราย

สะดุ้งตื่นกลางดึกเป็นต้นเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการง่วงในเวลากลางวันมากกว่าปกติ เพราะการอุดกั้นทางเดินหายใจจะทำให้ร่างกายไม่ใด้พักผ่อนอย่างเต็มที่ คุณภาพชีวิตก็จะแย่ตามลงมาความผิดปกติของการหายใจขณะแบบอุดกั้น เริ่มตั้งแต่น้อยที่สุด คืออุดกั้นของทางเดินหายใจเพียงอย่างเดียวจะทำให้เกิดอาการนอนกรนอย่างเดียวหากมีการอุดกั้นทางเดินหายใจมากจนเห็นได้ชัดเจน จนต้องสะดุ้งตื่นอยามหลับอยู่บ่อยครั้ง ในกลุ่มผู้ใหญ่จะหยุดหายใจอย่างน้อย 10 นาที ส่วนเด็กจะประมาณ 6 วินาที นั่นคือสัญญานอันตรายที่อาจทำให้เสียชีวิตได้ !!

อุบัติการณ์นอนกรน

ในต่างประเทศพบว่าร้อยละ 85 ของเพศชายช่วงอายุ 30- 35 ปี และร้อยละ 5 ของเพศหญิงในช่วงวัยเดียวกันมีอาการนอนกรนและมีแนวโน้มพบมากขึ้นเมื่ออายุสูงขึ้น โดยเมื่ออายุ 60 ปี พบชายนอนกรนร้อยละ 60 และหญิงร้อยละ 40 ขณะที่ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ พบใด้ร้อยละ 4 ในชายและร้อยละ 2 ในหญิง“โดยจากการศึกษาพบว่าชายมีโอกาศเป็นมากกว่าหญิง7:1 แต่เมื่อหญิงถึงวัยหมดประจำเดือน ก็มีโอกาสเพิ่มขึ้นเนื่องจาก อาจเป็นไปได้ที่ฮอร์โมนมีผลต่อโรคนี้”เหตุเพราะชายมีฮอร์โมนส่งผลต่อโครงส้างบริเวณศรีษะและลำคอของเพศชาย เนื้อเยื่อบริเวณคอหนาขึ้นทำให้มีช่องคอแคบกว่าผู้หญิง ส่วนฮอร์โมนเพศหญิงมีส่วนทำให้กล้ามเนื้อทำหน้าที่ขยายช่องทางเดินหายใจและมีความตึงตัวมากกว่าชายที่สำคัญภาวะหยุดหายใจขณะหลับนี้มีอัตราผู้ป่วยเพิ่มสู้ขึ้นกว่าเมื่อก่อนมากปัจจัยทางร่างกายเพื่อมเสียงกรน

ปัจจัยทางร่างกายที่มีผลต่อการนอนกรนมีดังนี้

1.ความตลึงตัวของกล้ามเนื้อเพดานอ่อน ลิ้น ลำคออ่อนตัว มักทำให้เกิดการนอนกรนในผู้ใหญ่

2.เพดานอ่อนและลิ้นไก่มีความผิดปกติ

3.ก้อนที่ขวางอยู่ในระบบทางเดินหายใจ เช่นต่อมทอนซิล ต่อมอดีนอยด์ที่โต เป็นสาเหตุอาการนอนกรนในเด็ก

4.การอุดกั้นของโพรงจมูก ทำให้เกิดความดันที่ป็นลมเพิ่มมากขึ้นละหว่างการหายใจเข้า วึ่งในบางคนที่ไม่เคยนอนกรน อาจพบเมื่อเป็นหวัด คัดจมูก หรือสัมผัสสารพูมแพ้ นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่นอีก เช่นความผิดปกติผนังกั้นช่องจมูก เยื่อบุจมูกบวม เนื้องอกในจมูกและโพรงอากาศข้างจมูก ริศศีดวงจมูกไซนัส อักเสบ ฯลฯ

โรคอ้วนนำพา(ต่อ)

วัดดรชณีมวลกายวิธีง่ายๆ คือชายไทยเส้นรอบเอวไม่ควรเกิน 90 เชนติเมตร หญิงไม่ควรเกิน 80 เชนติเมตรนอกจากนี้ กรรมพันธุ์ก็มีส่วนเสริมให้เกิดโรคนอนกรนด้วยเช่นกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายที่ไม่อ้วน แต่มีภาวะหยุดหายใจร่วมด้วย จะถือว่ามีโอกาสเสี่ยงกว่าคนปกติ 1.5เท่า โรคนำพาความอ้วน(ต่อ) การดื่มสุรา สูบบุหรี่ หรือการรับประทานยาบางชนิด ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง รวมทั้งกล้ามเนื้อที่คอยพยุงช่องทางเดินหายใจให้เปิดหมดแรง ไปจนเกิดภาวะทางเดินหายใจอุดกั้นได้ง่ายขึ้นเมื่อมีภาวะการณ์ขาดออกชิเจนได้ช้าซึ่งอาจเกิดผลเสียอย่างร้ายแรงต่อหัวใจและสมองได้ทั้งหมดล้วนเป็นปัจจัยเสริมทำให้หยุดหายใจได้ง่ายขึ้น

นอนกรน...รักษาใด้ วิธีรักษาผู้มีอาการนอนกรนหรืภาวะหยุดหายใจขนะหลับจำเป็นต้องใด้รับการวินิจฉัยและให้การรักษาที่เหมาะสม การรักษาแบ่งออกใด้ 3 วิธีคือ

1.การรักษาโดยการปรับเปรียนพฤติกรรมเป็นวิธีแรกที่แพทจะแนะนำให้ผู้ป่วย เริ่มจากลดน้หนักออกกำลังกาย อย่างสม่ำเสมอหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีลิตรกดประสาทส่วนกลาง อาทิเครื่องดื่มแอกอฮอล์ยานอนหลับฯลฯโดยถึงการปรับเปรียนท่านอนโดยไม่ควรนอนหงาย

2.การรักษาโดยการใช้เครื่องช่วยหายใจขนะนอน เครื่องมือดังกล่าวจะช่วยให้ทางเดินหายใจโล่งขึ้นลดการอุดกั้นขนะนอนหลับนอนกรน...รักษาได้ต่อ

3.การรักษาโดยวิธีผ่าตัด หากการเปรี่ยนพฤติการนอนดีขึ้นการผ่าตัดจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการรักษา จุดประสงค์เพื่อเพิ่มขนาดของทางเดินหายใจส่วนบนเพื่อแก้ไขการอุดกั้นของทางเดินหายใจ โดยแพทย์จะวินิจฉัยชนิดและตำแหน่งของการอุดกั้นทางเดินหายใจเพิ่อจะใดหาวิธีที่เหมาะสมหายขาดไม่ใด้ถ้า...ไม่ตั้งใจ ผู้ป่วยที่นอนกรน และภาหยุดหายใจขนะนอนหลับอาจเกิดจากหลายสาเหตุและมีจุดอุดกั้นทางเดินหายใจหลายตำแหน่งการผ่าตัดจึงเป็นวิธีที่แก้ไขเพรียงจุดเดียว อาจไม่ช่วยให้อาการดีขึ้นอาจต้องผ่าตัดซำเพื่อแก้ไขทางเดินหายใจที่แคบส่วนอื่นๆ เมื่อผ่าตัดเสร็จแล้วก็อาจมีโอกาสกลับมาเป็นไหม่ใด้

ผู้ป่วยจึงต้องดูแลตนเองต่อ”2”ดังนี้

1.ควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้เพิ่มเพราะความอ่วนทำให้ไขมันไปสะสมอยู่ที่ผนังช่วงคอ ทำให้กับมาแคบไหม่ใด้ ทำให้อาการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับกับมาเป็นเหมือนเดิมหายขาดไม่ใด้ถ้า...ไม่ตั้งใจ(ต่อ)

2.ออกกำลังกายสมำเสมอเพื่อให้กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนบนตึงตัว กระชับและชะลอไม่ให้หย่อนยาน การออกกำลังกายแบบแอโลบิคโดยการเดินเร็วขี่จักยานยู่กับที่ การว่ายน้ำให้ได้ 40 นาที ร่วมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม อาทิหมั่นเดินขึ้นลงบันไดแทนที่จะใช้ลิฟท์ มีผลทำให้รอบเอวลดลงรอบคอลดลงและหัวใจแข็งแรงขึ้น

 

เคดิตบทความ สสส.

รูปภาพจาก http://thai-health-advice.blogspot.com/




Tag : นอนกรน มหันตภัยใกล้ตัว นอนกรน นอน กรน บทความ บทความดีๆ
เมื่อ : 20 ต.ค. 55 20:36:55
ที่มา: www.slimfastter.com
โดย : ท่านโชกุน