เรื่องส่วนตัวที่ไม่ควรละเลย!?

 
เรื่องส่วนตัวที่ไม่ควรละเลย!?

"เพื่ออนามัยที่ดีของคุณ" การซักชุดชั้นในให้สะอาดและถูกวิธีช่วยให้สุขภาพของน้องน้อยไม่ต้องเสี่ยงกับอาการคัน คั้น คัน อีกต่อไป ก่อนซัก ควรแยกชุดชั้นในออกจากชุดชั้นนอก ซักด้วยน้ำยาซักผ้า หรือผงซักฟอกละลายในน้ำธรรมดาไม่ควรใช้สารฟอกขาวทุกชนิดโดยเด็ดขาด ซักแต่เบามือ อย่าใช้แปรงขยำขยี้ ตรงไหนที่มีคราบสกปรกก็ให้ใช้แปรงขนนุ่ม ๆ ถูเบา ๆ ล้างกางเกงในด้วยน้ำสะอาดหลาย ๆ ครั้ง ตากในที่ร่ม มีลมโกรก ไม่ควรตากให้ถูกแสงแดดโดยตรง เพราะจะทำให้เนื้อผ้าและสีเสื่อมสภาพก่อนจะใส่คุ้มราคา คัน คั้น คัน ในบริเวณจุดซ่อนเร้นของผู้หญิงจะมีความชื้นอยู่ยิ่งเมืองไทยในช่วงหน้าร้อนอากาศชื้นมาก เหงื่อออกทำให้เกิดการหมักหมม สร้างปัญหาให้กับบริเวณจุดซ่อนเร้นได้ อาการที่พบบ่อย คือเชื้อราบริเวณช่องคลอด และปากช่องคลอด จะมีอาการตกขาวแสบร้อน คัน ทำให้ระคายเคืองบริเวณปากช่องคลอด จนทำให้ติดเชื้อในที่สุด ถ้ายังไม่อยากขึ้นขาหยั่งก่อนวัยอันควรก็อ่านซะ ส่วนใครซักกางเกงลิงด้วยเครื่องซักผ้า ให้ใส่ชุดชั้นในลงในถุงตาข่ายแยกซัก เพื่อช่วยถนอมและยืดอายุการใช้งานของชุดนะจ๊ะ เลือกเสื้อผ้าที่สวมใส่เป็นประเภทผ้า cotton จะช่วยระบายอากาศได้ดี หมั่นทำความสะอาดในจุดซ่อนเร้นด้วยน้ำสะอาดและสบู่อย่างอ่อนหรือใช้สบู่เหลวอนามัยเฉพาะที่ร่วมด้วย จะช่วยบรรเทาเรื่องกลิ่นได้นะ หลังจากอาบน้ำแล้วซับ (ไม่ใช่ถู) เบา ๆ ด้วยผ้าเช็ดตัวที่นุ่ม แห้งและสะอาดเพราะถ้าถูรุนแรงจะทำให้ผิวหนังบริเวณนี้ถลอกและติดเชื้อได้ง่าย ใช้ชุดชั้นในที่เป็นผ้าฝ้ายที่มีเนื้อผ้าบางเบา อากาศถ่ายเทสะดวก เป็นการลดความอับชื้นของน้องน้อย ในขณะที่ผ้าไนล่อนจะอับลม ทำให้อับชื้นและติดเชื้อราง่าย ไม่ใส่กางเกงชั้นในนอน เพราะตอนกลางคืนเราอยู่ในห้องส่วนตัว ควรเปิดโอกาสให้น้องของเราได้ผึ่งลมบ้างจะได้ไม่อับชื้น และมีกลิ่นไม่สะอาด ใส่เสื้อผ้ารัดรูปมาก ๆ ทำให้การระบายอากาศไม่ดี จะทำให้เป็นที่สะสมของเชื้อโรคต่าง ๆ ได้ ใส่สเตย์ เพื่อรักษารูปร่างตลอดเวลา กลัวไม่สะอาด เลยใช้น้ำยาอนามัยสวนล้างเข้าไปภายใน ทำให้เชื้อแบคทีเรียชนิดดีที่มีอยู่ในช่องคลอดโดนทำลาย และทำให้เชื้อโรคภายในช่องคลอดเข้าไปในโพรงมดลูก ซึ่งอาจติดเชื่อลุกลาม จนทำให้ปีกมดลูกอักเสบได้ ปะแป้งบริเวณน้องน้อย เพราะเหงื่อที่ออกมาเมื่อปนกับแป้งแล้วจะจับตัวเป็นกระจุกแถวขนอ่อนทำให้ติดเชื้อราได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยเบื้องต้นออกมาว่าแป้งที่ทาอาจถูกดูดเข้าไปในโพรงมดลูกแล้วเข้าไปสู่ท่อนำไข่และหล่นไปอยู่ในรังไข่ ทำให้โอกาสเป็นมะเร็งรังไข่เพิ่มขึ้นด้วย



เมื่อ : 20 มี.ค. 50 21:50:34
ที่มา: http://variety.teenee.com
โดย : NaMe