"เคยจุดเทียนหน้ากระจกแล้วผิวปากหรือเปล่า"

 
 "เคยจุดเทียนหน้ากระจกแล้วผิวปากหรือเปล่า"

เรื่องราวประหลาด ๆ เกิดขึ้นที่นี่เสมอ ๆ > และทุกคนที่จุดเทียนหน้ากระจก > > > > พร้อมกับผิวปาก > > > > > > > > > มักจะได้เจอกับเรื่องราวที่ผมอยากจะบอกว่า . . . > > > > > > > > ผมชื่อชัยยศ อัครศักดิ์ แต่จะเรียกผมสั้นๆว่า > > > > > > > > > “ยศ” ก็ไม่ผิดอะไร ผมมีเรื่องราวแปลกประหลาดที่สุดในชีวิต > > > > > > > > > มาเล่าให้ทุกคนได้ฟังกัน มันเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับจิตวิญญาณ > > > > > > > > > และสิ่งที่ผมไม่สามารถพิสูจน์ได้ ด้วยหลักการทางวิทยาศสาสตร์ > > > > และผมอยากจะเตือนผู้อ่าน > > > > > > > > > ที่จิตใจยังไม่เข้มแข็งพอ ให้อ่านอย่าง ระมัดระวัง > > > > และใช้วิจารณญาณในการอ่าน และจะให้ดี > > > > > > > > > ควรมีผู้ปกครองคอยดูแลเป็นระยะ > > > > > > > > > > > > > > > > > > เหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นเมื่อปลายปีที่ผ่านมา > > > > > > > > > ราวๆ เดือน เมษายน ผม แฟนสาว (อ้อย) กับเพื่อนอีกกลุ่มหนึ่ง > > > > ซึ่งประกอบไปด้วย “บอย” > > > > > > > > > พนักงานบัญชีที่บริษัท “น้องบัว” เพื่อนสมัยเรียนมัธยมของอ้อย “น้าศา” > > > > น้าสาวของอ้อย และ > > > > > > > > > “ไอ้ทอม” น้องชายของผมเอง > > > > > > > > > > > > > > > > > > พวกเราได้นัดหมายกันไปเที่ยว ชายทะเลแห่งหนึ่งในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ > > > > > > > > > เราตัดสินใจเดินทางไปเกาะที่ห่างไกลผู้คน > > > > มันไกลมากไกลจนเกือบจะมีพวกเราเท่านั้นที่ถูกเรียกว่า “คน” > > > > > > > > > เพราะนอกจากพวกเราแล้ว ก็มีเพียง “ป้าเจิด” หญิงชรา ท่าทางน่ากลัว > > > > ผู้ที่เป็นเจ้าของโรงแรม > > > > > > > > > ที่มีเพียงแห่งเดียวบนเกาะนี้ ซึ่งกว่าที่เราจะมาถึงที่นี่ได้ > > > > มันก็มืดค่ำมากแล้ว > > > > > > > > > แต่มันก็คุ้มกับ บรรยากาศที่สุดแสนจะธรรมชาติ (ผมนึกในใจ) > > > > > > > > > อีกคนเป็นบริกรหนุ่มฉกรรจ์ นามว่า “ปาเด” > > > > หนุ่มฉกรรจ์ผู้ที่มีรอยสักอย่างโดดเด่นอยู่ที่แขนข้างขวา > > > > > > > > > นี่ถ้าผมมาเที่ยวญี่ปุ่น ผมคงเข้าใจว่า ปาเด ต้องเป็น ยากูซา > อย่างแน่นอน > > > > แต่ผมไม่แน่ใจนักว่า > > > > > > > > > รอยสักที่ปรากฏบนแขนของปาเดนั้นเป็นรูปอะไร เพราะที่นี่มืดมาก > ไม่มีไฟฟ้า > > > > > > > > > > > > ต้องใช้คบเพลิงและอาศัยแสงจากเปลวเทียนเท่านั้นแต่มันคงไม่ใช่รูป > > > > “ชินจังช้างน้อย” หรอก > > > > > > > > > เพราะมันช่างไม่เข้ากับหน้าตา อันโหดอุ๋ย หยาบคาย > และแลดูดุดันของเขาเลย > > > > เห็น ปาเด > > > > > > > > > บอกกับใครสักคนในกลุ่มพวกเราว่า > > > > มันเป็นรอยสักที่เป็นเครื่องรางติดตัวของเขา > > > > > > > > > > > > > > > > > > คืนแรกที่พักผ่อนอยู่ที่นี่ ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี ที่นี่สงบเงียบ > > > > เป็นธรรมชาติ > > > > > > > > > แต่บางครั้งผมก็รู้สึก ว่า มันเงียบมาก เงียบจนผิดสังเกตุ > > > > > > > > > มันเหมือนมีใครสักคนคอยจับตาดูเราอยู่ (ผมอาจจะคิดไปเอง > > > > แต่ผมก็มาทราบภายหลังว่า เพื่อนๆ > > > > > > > > > ก็รู้สึกเช่นเดียวกันกับผม แต่ไม่มีใครกล้าปริปาก) > > > > > > > > > รุ่งเช้าพวกเราออกเล่นน้ำทะเล และเดินเล่นรอบๆเกาะ > > > แต่ดูเหมือนดินฟ้าอากาศ > > > > จะไม่เป็นใจนัก > > > > > > > > > ท้องฟ้ามืดลงอย่างรวดเร็ว ทั้งๆที่มันเพิ่งจะเป็นเวลาบ่ายโมงกว่าๆ > > > เท่านั้น > > > > > > > > > > > > > พายุโหมกระหน่ำพัดเข้าหาชายฝั่งอย่างบ้าคลั่ง > > > > > > > > > > > > > > > > > > เรากำลังจะกลับแต่เราก็ต้องพบกับเรื่องที่น่าสงสัยเป็นอย่างยิ่ง > > > > > > > > > พวกเราได้พบกับ หญิงวัยกลางคน > > > > เดินอยู่ที่ชายหาดท่ามกลางพายุฝนที่ตกกระหน่ำอย่างรุนแรง > > > > > > > > > ทำไมมีผู้หญิงมาเดินอยู่ที่นี่เธอแต่งตัวดูไม่เหมือนกับคนที่นี่ > > > > หน้าตาเธอดูใจดี > > > > > > > > > > > > > > > > > และมีชาติตระกูลแต่เธอดูเศร้ามากแล้วทำไมเธอต้องมาเดินอยู่ท่ามกลางพายุฝนเช่น > > > > นี้ ? ? ? > > > > > > > > > ท้องฟ้ามืดลงทุกทีมืดจนเราไม่สามารถที่จะมองเห็นเธอได้อีกต่อไป > > > > > > > > > > > > > > > > > > ก็ไหนป้าเจิด กับ ปาเด บอกว่าบนเกาะนี้นอกจากพวกเขา และพวกเราแล้ว > > > > > > > > > ก็ไม่มีใครอาศัยอยู่บนเกาะแห่งนี้ไงแล้วผู้หญิงที่เราเห็นเมื่อสักครู่ > > > > เธอเป็นใคร ? ? ? > > > > > > > > > พวกเราเริ่มสงสัย กะกันเอาไว้ว่าเดี๋ยวพอกลับถึงโรงแรมจะต้องถามป้าเจิด > > > > > > > > > กับปาเด ให้ได้ความ > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > เรากลับมาถึงโรงแรมอย่างทุลักทุเลเต็มทนพวกเราแยกย้ายกันไปเปลี่ยนเสื้อผ้า > > > > อาบน้ำอาบท่า > > > > > > > > > นัดกันว่า อีก 1 ชั่วโมงเราจะออกมาเจอกันอีกครั้งที่ห้องโถง > > > > > > > > > พอได้เวลาผมกับแฟน ก็ออกมาที่ห้องโถงตามนัดหมาย“มีใครเห็นป้าเจิด กับ > > > ปาเด > > > > บ้างรึเปล่า” > > > > > > > > > ผมรีบถาม เพราะอยากจะถามถึงผู้หญิงที่เจอที่ชายหาด > > > > > > > > > > > > > > > > > > “ไม่เห็นมีใครเลย ผมเดินดูหลายรอบแล้ว” บอย บอกกับพวกเราอย่างนั้น > > > > > > > > > > “ใช่ครับ ผมก็ไม่เห็น ปาเด อยู่ข้างนอกเหมือนเคย” > ทอมพูดเสริมขึ้นมา > > > > > > > > > สิ้นเสียงพูดคุยของพวกเรา ไฟก็ดับลง > > > > > > > > > พวกเราตะโกนด้วยความหวาดกลัว ประตูไม้บานใหญ่ ค่อยๆ เปิดขึ้น > > > > > > > > > แอ๊ะ แอ๊ะ แอ๊ด ด ด ด ด ด ด เสียงประตู > > > > ที่เราไม่ค่อยจะคุ้นหูนักในเมืองหลวง ดังขึ้น > > > > > > > > > > > > > > > > > > ร่างของหญิงผมยาว โผล่ขึ้นต่อหน้าพวกเรา เธอค่อยๆ เดินก้าวเข้ามา > > > ทีละน้อย > > > > > > > > > พายุยังโหมกระหน่ำอยู่อย่างต่อเนื่อง แสงจากสายฟ้า > > > > > > > > > สว่างและมืด เป็นจังหวะ เงาของหญิงที่กำลังเดินเข้ามา > > > > > > > > > ช่างดูน่ากลัวเสียนี่กระไร เธอเดินมาหยุดอยู่ต่อหน้าพวกเรา > > > > > > > > > เปลวเทียนสว่างขึ้นอีกครั้งและเราก็ได้เห็นเธออย่างเต็มตา > > > > > > > > > > > > > > > > > > ป้าเจิด ! ! ! พวกเราเรียกพร้อมกัน เรารู้สึกสบายใจขึ้นอย่างมาก > > > > เมื่อได้เห็นป้าเจิด > > > > > > > > > และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ผมรีบถามป้าเจิด > > > > ถึงผู้หญิงที่ได้พบที่ชายหาดเมื่อบ่าย > > > > > > > > > ป้าเจิด หน้าตาตกใจทันทีที่ได้ยินคำถาม > > > > ดูเหมือนเธอจะไม่อยากที่จะให้คำตอบนี้กับพวกเรานัก > > > > > > > > > “อย่าไปสนใจมันเลยพ่อหนุ่ม เรื่องมันนานมาแล้ว เชื่อป้าสิ” > > > > ดูเธอหวาดกลัวที่จะค้องตอบคำถามนี้เหลือเกิน > > > > > > > > > “นะครับ ป้าครับ ผมอยากรู้จริงๆ ก็ไหนป้า บอกว่าที่นี่ ไม่มีคนอื่นไง” > > > > > > > > > “ก็ใครบอกล่ะ ว่าผู้หญิงที่เธอเห็นเป็นคน > > > > ว่าแต่พวกเธอยังอยากฟังเรื่องต่อไปอีกไหมล่ะ” > > > > > > > > > > “เอาสิครับ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ผมอยากรู้ว่าเธอเป็นใคร” > > > > > > > > > จากวันนั้นจนถึงวันนี้ มันก็ครบรอบ สามสิบปี พอดิบพอดี > > > > นี่ถ้าพวกคุณไม่ถามถึง > > > > > > > > > ป้าก็คงลืมมันไปแล้วเหมือนกัน มันนานมาก ป้าอยากลืม > และไม่อยากนึกถึงมัน > > > > > > > > > อีก แต่ในเมื่อมันเป็นเช่นนี้ ป้าก็จะเล่าเรื่องทุกอย่างให้พวกเราฟัง > > > > > > > > > ในค่ำคืนใดก็ตาม ณ โรงแรมแห่งนี้ หากใครได้จุดเทียนอยู่ที่หน้ากระจก > > > > และผิวปากไปพร้อมๆ กัน > > > > > > > > > แล้วล่ะก็ . > > > > > ป้าเจิดเงียบไป ดูเหมือนเธอกำลังคิดอะไรบางอย่าง > > > > แววตาเธอดูช่างน่ากลัวเสียนี่กระไร > > > > > > > > > “จุดเทียน ผิวปาก แล้วมันจะเป็นอะไรครับป้า” ทอมทนอดใจไม่ไหว > > > จึงเอ่ยปากถาม > > > > > > > > > ป้าเจิดหันมายิ้มพร้อมกับคำตอบ “เทียนก็จะดับสิว่ะ” > > > > > > > > > ผมสะกิดป้าเจิดเบาๆ ด้วยปลายเท้า โทษฐานเป็น หญิงชรา > > > > ที่มีมุขเยอะที่สุดในปฐพี ฝ่ายป้าเจิดก็รับมุข > > > > > > > > > ด้วยการกระเด็นไปติดข้างฝาอีกด้านของห้อง อย่างได้อารมณ์ “เอาล่ะ ๆ > > > > เมื่อกี้ป้าล้อเล่น > > > > > > > > > และจากนี้ไปเป็นเรื่องที่ป้าจะเล่าเรื่องจริง ให้พวกเราได้ฟังเสียที” > > > > ทุกคนเริ่มตั้งใจฟังอีกครั้ง > > > > > คืนนั้นเป็นคืนเดือนมืด พายุเข้า > > > > และฝนก็โหมกระหน่ำเหมือนในค่ำคืนนี้ไม่มีผิด > > > > > ชายหญิงคู่หนึ่งเดินทางมาที่นี่ ทั้งคู่เพิ่งแต่งงานกัน > > > > รู้สึกว่าจะยังไม่ถึงสองเดือนดีนัก > > > > > > > > > ทั้งคู่มาพักอยู่ที่นี่ 5 คืน และคืนที่เกิดเหตุการณ์อันน่าสยดสยอง > > > > > > > > > ก็ได้เกิดขึ้นในคืนวันสุดท้ายของทั้งสองที่จะพักอยู่บนเกาะแห่งนี้ > > > > > > > > > พวกเขาไม่ได้มาเที่ยว > > > > แต่มาเพื่อหาสิ่งของบางอย่างที่ไม่มีใครรู้ได้ว่ามันคืออะไร > > > > > > > > > (ตราบจนทุกวันนี้) คืนสุดท้าย ฝ่ายชายหนุ่ม > > > > ก็ออกไปข้างนอกเพื่อหาของบางอย่างเหมือนเช่นเคย > > > > > > > > > เขารู้ดีว่า เขาอาจจะไม่มีโอกาส ได้กลับมาที่นี่อีก > > > > หากเขาไม่สามารถหามันพบเขาเดินหาอยู่นาน > > > > > ฝนยังตกหนักเช่นเดิม . . . > > > > > เวลาผ่านไปจนถึงรุ่งเช้าของอีกวัน ชายหนุ่มก็ไม่ได้กลับมาที่โรงแรม > > > > > ฝ่ายหญิงสาวก็ไม่คิดที่จะกลับบ้านหากไม่ได้พบกับสามีของเธออีกครั้ง > > > > > เธอเฝ้ารอสามีอันเป็นที่รักอยู่ที่นี่ รอนานมาก > > > > รอจนถึงวันที่พายุโหมกระหน่ำมาอีกครั้ง มันเป็นวันครบรอบ > > > > > 1 ปีของการจากไปของสามี เธอตัดสินใจออกมาตามหาเขา > > > > เหมือนที่เขาได้ออกตามหาบางสิ่งบางอย่าง > > > > > เวลาผ่านไปจนถึงรุ่งเช้าของอีกวัน > หญิงสาวก็ไม่ได้กลับมาที่โรงแรมอีกเลย > > > > > และทุกวันที่มีพายุฝนกระหน่ำ ใครสักคนบนเกาะแห่งนี้ > > > > > ก็จะได้เห็น หญิงสาวหน้าตาดี ออกเดินตามหาอะไรบางอย่าง ท่ามกลางพายุฝน > > > > และมันก็เป็นอย่างนี้ตลอดมา > > > > > แต่ก่อนที่เธอจะออกไปตามหาสามี เธอได้เขียนจดหมายเลือดเอาไว้หนึ่งฉบับ > > > > เธอคงรู้ดีว่า > > > > > เธออาจจะไม่ได้กลับมาที่โรงแรมนี้อีก เธอใช้มีดกรีดที่ข้อมือ > > > > > เลือดสีแดงสดไหลยาวเป็นทาง > > > > เธอเอานิ้วมือที่เปื้อนเลือดขีดเขียนบางสิ่งบางอย่างลงบนกระดาษ > > > > > และป้าก็เก็บมันมาจนถึงทุกวันนี้ > > > > ว่าแล้วป้าเจิดก็เดินไปหยิบกระดาษแผ่นหนึ่ง > > > > > ที่ดูเก่าเหลือเกิน มันมีคราบเลือดอยู่จริงๆ ด้วย > > > > ไม่มีใครกล้าที่จะหยิบอ่าน > > > > > ทุกคนในขณะนี้เริ่มรู้สึกหวาดกลัวกับเรื่องราวที่ได้รับฟัง ทันใดนั้น > > > > ไฟจากเปลวเทียนก็ดับลงอีกครั้ง > > > > > หลายคนหวีดร้องด้วยความสะพรึงกลัว > > > ยังไม่ทันที่เสียงหวีดร้องจะเงียบสนิทดี > > > > > เปลวเทียนถูกจุดขึ้นอีกครั้ง แต่มันกลับถูกจุดขึ้นมา > > > > > พร้อมกับกระจกบานใหญ่ที่ตั้งอยู่ตรงหน้าในกระจกบานใหญ่นั้น > > > > > มีใบหน้าของ หญิงชราผู้หนึ่ง ผู้ที่พวกเรารู้จักกันดี เธอคือ > > > > “ป้าเจิด”เจ้าของโรงแรมแห่งนี้ > > > > > “ปะ ปะ ป ป้า า . . .” ยังไม่ทันที่เราจะเรียกสติกลับคืนมา > ในเงากระจก > > > > > ภาพของป้าเจิดก็ค่อยๆ หันหลังให้พวกเรา เธอค่อยๆ > > > > > เดินจากไป และก่อนที่จะลับตา เธอหันกลับมาหาเราอีกครั้ง > > > > > แต่ครั้งนี้ ภาพที่เราได้เห็น ไม่ใช่ป้าเจิด มันเป็นภาพของผู้หญิงอีกคน > > > > ผู้หญิงคนที่ผมจำได้ว่า > > > > > เธอคือคนคนเดียวกับที่เราได้พบเมื่อกลางวัน เธอยิ้มให้กับพวกเรา > > > > ก่อนที่ภาพของเธอ > > > > > จะจางหายไปในกระจกเงาบานใหญ่ที่อยู่ต่อหน้า > > > > ผมแข็งใจหยิบกระดาษที่มีคราบเลือดเปิดอ่าน > > > > > หวังว่าเธออาจจะต้องการบอกอะไร กับเราบางอย่าง เธออาจจะบอกถึง > > > > สาเหตุของการตายของเธอ > > > > > กับแฟนหนุ่ม หรือ ไม่ก็อาจจจะต้องการให้เราทำอะไรบางอย่างให้เธอ . . > . > > > > > ขณะนี้ กระดาษเปื้อนคราบเลือด อยู่ในมือของผม เปลวไฟของแสงเทียน > > > > สลับกับแสงจากฟากฟ้า > > > > > > > > > > > สว่างพอที่จะให้เราสามารถที่จะอ่านข้อความในกระดาษเปื้อนรอยเลือดนี้ได้ว่า > > > > > "กูนึกแล้วว่ามึงต้องอ่าน"



เมื่อ : 17 พ.ค. 50 14:33:59
ที่มา: www.thaimtb.com
โดย : ท่านโชกุน