ย้อนรอยประเด็นสุดฮอต แวดวงไอซีทีรอบปี 50

 
ย้อนรอยประเด็นสุดฮอต แวดวงไอซีทีรอบปี 50

ข่าว บทความ ICT ไอซีที วันนี้ขอเสนอ... ข่าว บทความ ย้อนรอยประเด็นสุดฮอต แวดวง ICT ไอซีที รอบปี 50 เพื่อเป็นการทบทวนและเตือนความจำว่าช่วงปีที่ผ่านมา มีข่าวหรือเหตุการณ์สำคัญอะไรบ้าง ซึ่งหลายเรื่องจะยังมีผลกระทบต่อเนื่องไปในปี 2551 หรือปีถัดไปด้วยซ้ำ

ไอซีทีปี 50



          รอบปีที่ผ่านมามีเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในแวดวงอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการทบทวนและเตือนความจำว่าช่วงปีที่ผ่านมามีข่าวหรือเหตุการณ์สำคัญอะไรบ้าง ซึ่งหลายเรื่องจะยังมีผลกระทบต่อเนื่องไปในปี 2551 หรือปีถัดไปด้วยซ้ำ


          1. เริ่มกันตั้งกะต้นปีหมู 2550 ฮอตอิชชูที่ทำเอาคนในวงการสื่อสารตื่นตาตื่นใจอย่างมากประเด็นใหญ่เกี่ยวกับนโยบายการรื้อสัญญาสัมปทานโทรคมนาคม เรื่อยมาจนถึงแนวคิดเกี่ยวกับโปรเจ็กต์เพื่อชาติเทเลคอมพูลของรัฐมนตรีว่าการไอซีที "สิทธิชัย โภไคยอุดม" แห่งรัฐบาลขิงแก่ ที่เป็นประเด็นยืดเยื้อมาหลายเดือน แต่สุดท้ายก็จบลง โดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น กับการรื้อสัมปทานก็ทำได้เพียงการยกเลิกมติ ครม. (รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร) ที่ให้เอกชนนำภาษีสรรพสามิตโทรคมนาคมไปหักออกจากค่าสัมปทานที่ต้องจ่ายให้ บมจ.ทีโอทีและ บมจ.กสท โทรคมนาคมได้ และต่อมาได้ประกาศยกเลิกพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตโทรคมนาคมสำหรับโทรศัพท์มือถือ 11% และโทรศัพท์พื้นฐาน 2% เป็น 0%

           2. ถัดมาเกิดกับกรณีสั่งบล็อกเว็บไซต์ชื่อก้องโลก Youtube.com ของกูเกิล ไม่ให้เข้ามาในประเทศไทย นำโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ไอซีที "สิทธิชัย" คนเดิม เมื่อ 4 เมษายน 2550 สืบเนื่องจากมีการโพสต์ภาพและคลิปที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพไว้ที่เว็บยูทิวบ์ซึ่งเป็นประเด็นที่มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างแพร่หลายและเป็นปัญหาอยู่นาน กว่าที่ทางเว็บไซต์จะยอมถอดภาพและคลิปดังกล่าวออกไป

           3. 18 กรกฎาคม 2550 วันนี้เป็นวันสำคัญอีกวันสำหรับวงการคอมพิวเตอร์ เพราะพระราชบัญญัติกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 เริ่มมีผลบังคับใช้ ถือว่าเป็นกฎหมายที่เข้ามาจัดระเบียบสังคมออนไลน์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับประชาชนทั่วไปและองค์กรธุรกิจต่างๆ ที่มีหน้าที่ต้องจัดเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ โดยกฎหมายฉบับนี้กำหนดบทลงโทษเบาสุด ในกรณีที่เข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดย มิชอบ คือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท และโทษสูงสุดจำคุก 20 ปี แต่จากที่บังคับใช้มา 5 เดือน กฎหมายฉบับนี้ก็ยังไม่ได้แสดงอิทธิฤทธิ์อะไรให้เห็น

           4. 9 สิงหาคม 2550 สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ได้ส่งหนังสือถึงค่ายยักษ์มือถือทุกรายเพื่อรับรองสัญญาการเชื่อมต่อโครงข่าย โทรคมนาคมจำนวน 3 ฉบับ ได้แก่ สัญญาระหว่างดีแทคและบริษัท ทรูมูฟ จำกัด สัญญาระหว่างดีแทคและบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และสัญญาระหว่าง ดีแทคและบริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด ว่าสัญญาดังกล่าวมีข้อกำหนดและลักษณะที่ชอบด้วยกฎหมาย หลังจากดีแทคเซ็นข้อตกลงใช้ระบบอินเตอร์คอนเน็กชั่นกับ โอเปอเรเตอร์รายต่างๆ เริ่มจากทรูมูฟและ เอไอเอส ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2549 ทริปเปิลที บรอดแบนด์ เดือนธันวาคม 2549 และกับดิจิตอลโฟนในเดือนกรกฎาคม 2550 ที่ผ่านมา

           5. การลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญหลังการทำรัฐประหารเมื่อ 19 กันยายน 2550 ไม่ได้มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงกับอุตสาหกรรมโทรคมนาคมด้วย เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ระบุให้รวมองค์กรกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมและวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์เป็นองค์กรเดียว คือ "กสทช." จากเดิมที่แยกเป็น กทช. (คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ) และ กสช. (คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ) ยังผลให้โครงสร้างการกำกับดูแลเปลี่ยนไป

           6. 30 กันยายน 2550 "สิทธิชัย โภไคยอุดม" ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ไอซีที หลังจาก ป.ป.ช.ตรวจพบว่าได้ถือครองหุ้นในกิจการหรือบริษัทเกินกว่า 5% ซึ่งถือว่าเป็น การขัดต่อกฎหมายการจัดสรรหุ้นส่วน และหุ้นของรัฐมนตรี พ.ศ. 2543

           7. 21 ธันวาคม 2550 ที่ผ่านมาสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ผ่านร่าง พ.ร.บ.กิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ซึ่งในบทเฉพาะกาลกำหนดให้โอนหน้าที่บางส่วนของ กสช. เช่น การกำกับ ดูแลวิทยุชุมชน การพิจารณาผังรายการวิทยุและโทรทัศน์มาให้ กทช.เป็นผู้ดูแลเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะมีคณะกรรมการ กสทช.มาทำหน้าที่

           8. เป็นปีแห่งการเปิดเสรีของธุรกิจโทรศัพท์ทางไกลระหว่างประเทศ โดยที่ยักษ์สื่อสารทั้ง เอไอเอส ดีแทค และทรูมูฟ ดาหน้าเปิดให้บริการโทรศัพท์ทางไกลระหว่างประเทศชิงเค้กจาก กสทฯและทีโอที นอกจากนี้ กทช.ยังเปิดเสรีอินเทอร์เน็ตเกตเวย์ซึ่งทำให้ค่าเชื่อมต่อเกตเวย์ออกต่าง ประเทศของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตลดลง

           9. กทช.มีการจัดตั้งสถาบันวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย หรือ TRIDI ขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่เป็นองค์กร R&D ของประเทศ โดยหวังว่าจะช่วยลดการนำเข้าอุปกรณ์โทรคมนาคมจากต่างประเทศและมีโอกาสก้าวขึ้นเป็นเจ้าของเทคโนโลยีแทนที่จะเป็นแค่ผู้ซื้อตลอดไป

           10. ไม่ใช่แค่นั้น ปี 2550 นับเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารระดับสูงของยักษ์ไอซีทีด้วยเช่นกัน เริ่มด้วยซุปเปอร์ซีอีโอแห่งกลุ่ม "ชินคอร์ป"

           "บุญคลี ปลั่งศิริ" ที่เปิดหมวกอำลาตำแหน่งซีอีโอกลุ่มชินคอร์ปไปตั้งแต่เดือน มี.ค. เหลือแค่เก้าอี้กรรมการบอร์ดเท่านั้น

           เช่นเดียวกันกับ "แอนดรูว์ แมคบีน" ตีจากไมโครซอฟท์ไปซบอก "ดีแทค" โดยที่ไมโครซอฟท์ก็ได้ตั้ง "ปฐมา จันทรักษ์" ลูกหม้อที่ประจำการอยู่สำนักงานใหญ่กลับมานั่งเก้าอี้เอ็มดี

           เรียกได้ว่าวงการไอทีไทยในช่วงดังกล่าวอยู่ ในกำมือของผู้หญิง 3 คน คือ "ปฐมา" แห่งไมโครซอฟท์, ศุภจี สุธรรมพันธุ์ จากไอบีเอ็ม และรัมภา มนูญศิลป์ แห่งซันไมโครซิสเต็มส์

           และในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมาก็มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมไอที เมื่อไอบีเอ็มได้แต่งตั้ง "ศุภจี สุธรรมพันธุ์" หญิงเก่งแห่งยักษ์สีฟ้า ไปรับตำแหน่งรองประธานของไอบีเอ็ม อาเซียน และได้ตั้ง "ธันวา เลาหศิริวงศ์" ขึ้นนั่งเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด แทน

           11. สุดท้ายท้ายสุดที่สมควรต้องบันทึกไว้ เพราะสร้างความฮือฮาให้กับตลาดคอมพิวเตอร์บ้านเราเป็นอย่างยิ่ง เห็นจะเป็นการเข้ามาของ โน้ตบุ๊ก ระดับราคาไม่ถึงหมื่นและหมื่นบาทต้นๆ เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ยี่ห้อ "ASUS" ทั้งด้วยราคาที่จูงใจ และขนาดกะทัดรัดทำให้ลอตแรกขายหมดเกลี้ยงภายในพริบตา

           แม้การปรับลดราคาอย่างต่อเนื่องของโน้ตบุ๊กในระยะหลังๆ มานี้จะทำให้โน้ตบุ๊กในปัจจุบันมีราคาถูกลงกว่าในอดีตมากแล้ว แต่ต้องยอมรับว่าความสำเร็จของ EeePC ทำให้โลว์คอสต์โน้ตบุ๊ก บูมขึ้นมาทันตาเห็น



เมื่อ : 3 ม.ค. 51 7:47:38
ที่มา: http://www.kapook.com/
โดย : porjai