รักอย่างฉลาดไม่ขาด EQ

 
รักอย่างฉลาดไม่ขาด EQ

รักอย่างฉลาดไม่ขาด EQ (ชีวจิต)

          เรื่องพิเศษในชีวจิตฉบับนี้ ขอต้อนรับเทศกาลวาเลนไทน์ ด้วยการเท่าทันอานุภาพแห่งรัก เพื่อไม่ให้ความรักนั้นนำไปสู่ความรุนแรง และความสูญเสียค่ะ

ปมเหตุปัญหารัก

          ความรักเป็นอารมณ์พิเศษและสวยงามสำหรับมนุษยชาติ กวี จิตรกร ศิลปิน จากอดีตจวบถึงปัจจุบัน จึงมีจำนวนไม่น้อยที่ได้รังสรรค์ผลงานชิ้นเยี่ยมอันเนื่องจากแรงบันดาลใจจากความรัก ทว่า ในแรงบันดาลใจทั้งหมดนั้น ก็มีเหตุการณ์อีกไม่น้อยเช่นกันที่เป็นเรื่องโหดร้าย นำมาซึ่งความสูญเสีย

          ปัจจุบัน มีวิธีการหาทางออกปัญหาความรักด้วยความรุนแรงและบ่อยครั้งกว่าแต่ก่อน ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มผู้ใหญ่ และกลุ่มวัยรุ่น

          ในกลุ่มผู้ใหญ่นั้น ปัญหามักจะเป็นเรื่องของการนอกใจและหย่าร้าง จนนำไปสู่การเสียสุขภาพจิต สุขภาพกาย และบางครั้งก็ เลือกการแก้ไขปัญหาด้วยความตาย ทั้งที่บุคคลเหล่านี้ บางคนมีระดับการศึกษาที่ดี มีสถานะทางสังคม มีทรัพย์สินเงินทองมากมาย แต่ก็แก้ปมปัญหาความรักไม่ได้

          ส่วนวัยรุ่นนั้น นับวันเราเริ่มเห็นการเลียนแบบผู้ใหญ่มากขึ้น ซ้ำยังมีแนวโน้มแก้ปัญหาด้วยความรุนแรงมากกว่าเพราะช่วงวัยของเขานั้น กำลังมีความเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย ส่งผลให้วัยรุ่นมีอารมณ์ฉุนเฉียวง่าย หุนหันพลันแล่น ควบคุมอารมณ์ได้ไม่ค่อยดี ยิ่งเมื่อบวกกับสภาพการดูแลของครอบครัวในปัจจุบันที่มีเวลาให้ลูกน้อย จึงทำให้เขาไม่ค่อยยั้งคิด

          ในกรณีของคนที่ทำร้ายแฟนตัวเองนั้น เราอาจเรียกได้ว่าเป็นความไม่ฉลาดทางอารมณ์ หรือ EQ. (Emotional Quotient) ซึ่งสมัยก่อนคนจะสนใจแต่เรื่องความฉลาดทางปัญญา ส่วนความฉลาดทางอารมณ์เพิ่งหันมาสนใจเมื่อสัก 20-30 ปีนี้เอง เพราะผลการวิจัยพบว่า คนที่ประสบความสำเร็จสูงสุดไม่ใช่คนที่ฉลาด ไอคิวสูง หรือได้คะแนนเรียนสูงสุด แต่คือคนที่ฉลาดทางอารมณ์ต่างหาก

คนที่มีความฉลาดทางอารมณ์นั้นจะมีลักษณะเด่น 3 ประการ คือ

1. รู้อารมณ์ตัวเอง สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ดี

          คนที่ EQ ต่ำ จะชอบแก้ปัญหาด้วยความรุนแรง ขาดความยับยั้งชั่งใจ ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตนเองได้ บางคนดูภายนอกเป็นคนเฉยๆ สงบเสงี่ยม แต่ภายในเก็บกด สะสมอารมณ์โกรธและอารมณ์ที่ไม่ดีต่างๆ เอาไว้ โดยไม่แสดงออกเป็นเวลานาน จนทนไม่ไหวก็จะระเบิดออกมา เป็นความรุนแรง โดยตนเองไม่สามารถควบคุมตนเองได้

2. เข้าใจคนอื่น เห็นอกเห็นใจคนอื่น

          คนที่ EQ ต่ำ จะเอาแต่ใจของตนเองเป็นที่ตั้ง อยากได้อะไรก็ต้องได้ โดยไม่สนใจว่าคนใกล้ชิดจะรู้สึกอย่างไร ไม่ปรารถนาจะปรับตัวเข้ากับใคร แต่ต้องการให้คนอื่นปรับตัวเข้าหาตัวเอง ยามเมื่อมีความรัก คนเหล่านี้ก็จะคิดว่าเมื่อตนเองรักเขา เขาต้องรักตนเองด้วย เมื่อเขาไม่รัก หรือเกิดเปลี่ยนใจ จะรู้สึกเหมือนถูกทรยศ เสียหน้า และมักตัดสินว่าผู้อื่นเป็นฝ่ายผิด สมควรได้รับการลงโทษ

3. มีทักษะทางสังคม อยู่ร่วมกับคนอื่นได้ดี

          คนที่ EQ ต่ำ จะมีคนรักหรือคนใกล้ชิดในจำนวนที่น้อยมาก และยึดติดกับบุคคลที่ตนเองรักมาก เมื่อรู้สึกว่าคนใกล้ชิดนั้นกำลังเอาใจออกห่าง ไปรักไปสนใจคนอื่น ก็จะหึงหวง เพราะรู้สึกว่าเขาเป็นสมบัติของตน ต้องเป็นของตนคนเดียว

          อีคิวหรือความฉลาดทางอารมณ์นี้ จะแตกต่างกับไอคิวตรงที่สามารถพัฒนาได้ตลอดเวลา เพราะถ้าเป็นไอคิว เด็กโตเกิน 6 ขวบ แล้วความฉลาดทางสมองก็จะสิ้นสุดแค่ตรงนั้น ที่เหลือก็เป็นเรื่องของการเรียนรู้ แต่ความฉลาดทางอารมณ์หรืออีคิว จะยังพัฒนาได้เรื่อยๆ

          ขณะเดียวกัน หากบุคคลนั้นเป็นคนที่ไม่มีอีคิวในระดับที่ดี เมื่อโตขึ้นก็ยังไม่ได้พัฒนาหรือปรับปรุง ยามมีปัญหาหรืออยู่ในภาวะกดดัน พวกเขาก็จะแก้ไขปัญหาไม่ถูกต้อง ดังเช่น บางคนเลือกที่จะแก้ปัญหาความรักด้วยการทำร้ายตนเอง หรือทำร้ายอีกฝ่ายหนึ่ง

          ดังนี้หากมีคำแนะนำของใครบอกว่ารักอย่างฉลาดคือรักเขาน้อยๆ แล้วให้รักตัวเองมากๆ ก็อาจจะไม่ตรงกันแล้วสำหรับคนที่ มีอีคิวดี เนื่องเพราะความรักของคนที่ฉลาดทางอารมณ์เน้นการให้ การเสียสละ การรู้จักยินดีในความสำเร็จ และความสุขของผู้อื่น

ภูมิหลัง : สดชื่นหรือขื่นขม

          จากข้อมูลของจิตแพทย์ส่วนใหญ่ที่เคยรับฟังคำปรึกษาของคนที่คิดฆ่าตัวตายหรือมีปัญหาในความรัก พบว่าภูมิหลังของพวก เขานั้นส่วนใหญ่มาจากครอบครัวที่ขาดความอบอุ่น พ่อแม่แยกทาง หรือไม่เคยได้อยู่กับพ่อแม่มาแต่เด็ก บุคคลเหล่านี้ แม้หลายคนประสบ ความสำเร็จในอาชีพ การงาน แต่ลึกลงไปในจิตใจ พวกเขาล้วนว้าเหว่และโหยหาความรัก เมื่อคนรักตีจากหรือเกิดความรู้สึกสูญเสีย สภาพจิต ใจจึงบอบช้ำมากกว่าคนอื่น ทนความเจ็บปวดไม่ไหว กระทั่งก่อเหตุการณ์สะเทือนใจต่อคนในสังคม

          ดังนั้นถ้าพ่อแม่มีเวลาให้ลูก จะช่วยสร้างอีคิวให้ลูกได้ การให้ความรักจะทำให้เขารู้สึกว่าตนเองมีค่า เป็นที่ยอมรับของคนอื่น นอกจากนั้นก็เป็นเรื่องของการอบรมเลี้ยงดู เวลาเขาโกรธ โมโห ปาข้าวของ ต้องเตือนเขาว่าทำอย่างนี้ไม่ได้ ไม่ถูก อย่าตามใจเขามากเกินไป จนทำให้เขาเป็นคนไม่รู้จักความผิดหวัง ไม่รู้จักรอคอย

          สอนให้เขารู้จักให้ มีความเมตตาต่อคนอื่น ไปเยี่ยมคนไม่สบาย ไปเยี่ยมคุณปู่คุณย่าคุณยาย เป็นการสอนความกตัญญูรู้คุณ สอนจริยธรรม ทำให้เขาเป็นคนจิตใจอ่อนโยน เขาจะไม่รู้สึกว่าตนเองขาดความรักและเกิดความโหยหาต้องการเสียจนสูญเสียมันไม่ได้

          นอกจากการอบรมเลี้ยงดู อิทธิพลของสื่อก็ทำให้เกิดการเลียนแบบขึ้นได้ เช่น ได้ยินได้ฟังข่าวการฆ่าตัวตาย หรือการฆ่ากัน ตายด้วยวิธีการต่างๆ ซึ่งทำให้คนที่กำลังมีปัญหาในเรื่องที่คล้ายคลึงกัน และหมกมุ่นอยู่กับปัญหานั้น อาจจะเลียนแบบด้วยวิธีการเดียวกันได้

คิดก่อนรักและคิดก่อนเลิก

          สำหรับคนที่กำลังมีความรักหรือกำลังเลือกคู่ครอง ควรใช้เวลาในการเรียนรู้กันและกันให้มาก อย่าเพิ่งผลีผลามกับความรัก และรู้จักสังเกตภาวะทางอารมณ์ของบุคคลนั้นๆ ว่าเป็นเช่นไรด้วย อย่าเพิ่งใกล้ชิดมากเสียจนทำให้อีกฝ่ายเกิดความรู้สึกใกล้ชิด หรือมีความหวัง เพราะเมื่ออยากเลิกกัน ก็อาจทำให้อีกฝ่ายโกรธแค้น อาฆาต

          กรณีที่จะบอกเลิกแฟน ก็ควรถนอมน้ำใจเขาให้มากที่สุด มีท่าทีที่สุภาพ อ่อนโยน ไม่ใช่ตัดขาดห้วนๆ ไปควงคนใหม่ให้เขาเห็น หรือเริ่มทำในสิ่งที่เขาไม่ชอบ เพราะจะยิ่งเป็นการยั่วยุเขามากยิ่งขึ้น การจะเลิกรากันได้นั้นไม่ใช่จบลงง่ายๆ เพียงแค่วันเดียว บางคนที่ทำใจไม่ได้ อาจต้องประคับประคองถนอมน้ำใจกันไปสักระยะ

          คนที่มีความรักควรมีสติ อย่าปล่อยให้อารมณ์ครอบงำตัวเองมากเกินไป ต้องพยายามเท่าทันอารมณ์ตัวเอง ควบคุมอารมณ์ตัวเองให้ได้ ให้รู้ว่าอะไรคือภาพฝัน อะไรคือความจริง อะไรคือเหตุผล ต้องเข้มแข็งกับความรัก อย่าอ่อนไหวมากเกินไป

          ถ้าจะให้ดีก่อนจะตกลงคบใครสักคนเป็นคนรัก ควรเลือกให้ดี เรียนรู้กันให้นานที่สุด อย่าเพิ่งให้ความสัมพันธ์มันก้าวไปรวดเร็ว ลึกซึ้ง จนเมื่อวันหนึ่งพบว่าไม่ใช่แล้วอยากจะเลิก ก็จะเป็นการสร้างแผลใจให้กับอีกฝ่ายหนึ่ง จนบางครั้งอาจนำมาซึ่งความสูญเสียของทุกฝ่าย

          เพราะความรัก เริ่มต้นด้วยความงดงามเสมอ แต่ความรักไม่ได้ลงเอยด้วยความงดงาม

 




เมื่อ : 9 มี.ค. 52 18:13:01
ที่มา: http://www.kapook.com
โดย : kura