สกัดริ้วรอย ก่อนลุกลาม

 
สกัดริ้วรอย ก่อนลุกลาม

ในรอบปีที่ผ่านมา เกิดปัญหามากมาย ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง มองไปทางไหนก็เจอแต่คนหน้านิ่วคิ้วขมวด ทำงานหนักจนบางครั้งลืมดูแลเอาใจใส่สุขภาพกันเลยทีเดียว ได้เวลากลับมาสำรวจตัวเองกันสักนิด อาจจะพบว่าริ้วรอยปรากฎบนใบหน้าโดยไม่รู้ตัว

          นพ.ชัยประสิทธิ์ บาลมงคล อายุรแพทย์โรคผิวหนัง โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่า ริ้วรอยบนใบหน้าเกิดจากปัจจัยหลัก 2 ส่วน คือ 1.การขาดหายไปของเส้นใยคอลลาเจน เพราะผิวหนังของเรามีสารที่เรียกว่า "คอลลาเจน" ซึ่งมีหน้าที่ทำให้ผิวแข็งแรงเต่งตึง แต่เมื่อเวลาผ่านไป สารสำคัญตัวนี้กลับถูกทำลายจากแสงแดด มลภาวะ และการดูแลผิวที่ไม่ถูกวิธี ทำให้โครงสร้างของเนื้อเยื่ออ่อนแอลง  ผิวบางลง ขาดความยืดหยุ่นและเริ่มหย่อนคล้อยตามแรงโน้มถ่วงของโลก ริ้วรอยลักษณะนี้เห็นได้แม้ขณะอยู่เฉยๆ ไม่มีการแสดงสีหน้า เช่น ร่องแก้ม คางและคอที่หย่อนยานลง และ 2.การหดเกร็งตัวของกล้ามเนื้อบนใบหน้าของคนเรานั้นมีกล้ามเนื้อมัดเล็กๆ อยู่ ซึ่งมีหน้าที่หดตัวเพื่อแสดงอารมณ์และความรู้สึกต่างๆ เช่น การขมวดหรือยักคิ้วเมื่อเครียดหรือแปลกใจ การใช้กล้ามเนื้อมัดเดิมซ้ำๆ ทำให้ผิวหนังที่อยู่เหนือกล้ามเนื้อนั้นเกิดเป็นรอยย่นขึ้น ลักษณะริ้วรอยชนิดนี้พบบ่อยที่ใบหน้าส่วนบน เช่น รอยย่นบริเวณหน้าผาก ระหว่างคิ้ว และรอยย่นที่หางตาเวลายิ้มหรือที่เรารู้จักกันกันดีในชื่อของ "รอยตีนกา"

          การรักษาเมื่อมีปัญหาริ้วรอย

          ปัจจุบัน มีโฆษณาครีมบำรุงหรือเครื่องสำอางมากมาย ที่อ้างสรรพคุณว่า ช่วยลดเลือนริ้วรอยได้ ความจริงแล้วคุณสมบัติหลักของครีมเหล่านี้คือช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ทำให้รอยเล็กๆ ที่เกิดจากอาการแห้งดูดีขึ้น ในเนื้อครีมอาจเติมสารประกอบ เช่น วิตามินเอ วิตามินซี กรดผลไม้ (AHA) หรือสารสกัดจากผักผลไม้อื่นๆ เพื่อหวังผลช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้น แต่ประสิทธิภาพของครีมเหล่านี้ยังเป็นที่สงสัยกันอยู่ เพราะไม่มีการพิสูจน์ทางการแพทย์รับรองว่าครีมเหล่านี้ได้ผลดังที่กล่าวอ้างหรือไม่

          หากต้องการให้เห็นผลแน่นอน ควรใช้วิตามินหรือยาที่ความเข้มข้นสูง ซึ่งต้องได้รับการดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน หรือใช้เครื่องมือทางการแพทย์สมัยใหม่ช่วย เช่น การผลักวิตามินเข้าสู่ผิวด้วยกระแสไฟฟ้าหรือคลื่นเสียง แต่โดยหลักการแล้วเมื่อเราทราบว่าต้นเหตุของริ้วรอยเกิดจากการเสื่อมสภาพของผิว และการหดตัวของกล้ามเนื้อ การรักษาที่ตรงจุดจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าและน่าพอใจ

          ผิวเสื่อมสภาพ แก้ไขได้อย่างไร

          ปัญหานี้เราสามารถแก้ไขได้ ด้วยการกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อคอลลาเจนใหม่ โดยเครื่องมือล่าสุดที่ได้รับการรับรองจาก FDA ของอเมริกาและมีผลการวิจัยยืนยันคือการรักษาที่เรียกว่า Thermage ซี่งเครื่องมือนี้จะมีคอมพิวเตอร์ที่ส่งคลื่นวิทยุลงไปในชั้นผิวหนังในปริมาณที่เหมาะสมและลึกพอที่จะกระตุ้นคอลลาเจนเดิมที่มีอยู่ให้หดตัว มีการเรียงตัวแบบเป็นระเบียบมากขึ้น ที่สำคัญคือมีการสร้างคอลลาเจนใหม่ในระยะยาว ทำให้ผิวแข็งแรงและรูปหน้ากระชับขึ้น ริ้วรอยต่างๆ ดูลดลง คิ้วหรือเปลือกตาที่เคยตก ร่องแก้มที่เคยลึก คางที่เคยหย่อนคล้อยก็จะค่อยๆ ถูกยกขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติหลังการทำเพียงครั้งเดียว  บางรายถึงกับเรียก Thermage ว่าเป็นวิธีดึงหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องกังวลเรื่องแผลผ่าตัด แผลเป็น หรือการดมยาสลบ การรักษาด้วยวิธี Thermage นี้ใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง จะเริ่มเห็นผลอย่างค่อยเป็นค่อยไปในระยะเวลา 2-6 เดือน  และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นสามารถคงอยู่ได้เป็นปี

          ริ้วรอยจากการหดตัวของกล้ามเนื้อ แก้ไขได้ไหม

          ต้องขอบคุณวิทยาการทางการแพทย์ที่ค้นพบ Botox หรือ Botulinum toxin ซึ่งเป็นโปรตีนบริสุทธิ์ชนิดหนึ่ง สกัดมาจากแบคทีเรีย มีฤทธิ์ยับยั้งการนำกระแสประสาทที่ส่งมายังกล้ามเนื้อบริเวณนั้นๆ ทำให้กล้ามเนื้อที่หดเกร็งอยู่เกิดการคลายตัว   ดังนั้นจึงสามารถนำมาใช้รักษาริ้วรอยที่เกิดจากการหดตัวของกล้ามเนื้อได้ รอยย่นดูเรียบขึ้นหรือถ้าเป็นไม่มากอาจหายไปได้เลย และการฉีด Botox ยังสามารถป้องกันการเกิดริ้วรอยใหม่ได้ด้วย โดยการฉีดแต่ละครั้งใช้ปริมาณยาเพียงเล็กน้อย และใช้เวลาเพียง 10-15 นาทีเท่านั้น หลังฉีดไม่ต้องพักฟื้น  สามารถกลับบ้านหรือกลับไปทำงานต่อได้เลยทีเดียว โดยจะเริ่มเห็นผลของการฉีดภายใน 2 วัน และได้ผลเต็มที่ประมาณ 1 สัปดาห์  การฉีดแต่ละครั้ง ผลจะอยู่ได้นานประมาณ 3-4 เดือน แต่การฉีดครั้งถัดๆ ไป ฤทธิ์ของยาจะอยู่ได้นานขึ้น อาจนานถึง 6 เดือน

          มาถึงบรรทัดนี้ หลายคนคงสงสัยแล้วว่า ถ้าต้องการรักษาริ้วรอยควรทำอย่างไรดี แต่อย่าเพิ่งขมวดคิ้วเพราะจะทำให้ยิ่งเกิดรอยไปกันใหญ่ แนะนำว่าควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพราะแต่ละคนก็มีปัญหาแตกต่างกันไป จึงควรประเมินสภาพผิว พูดคุยและวางแผนการรักษาร่วมกันเพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดีที่สุด โดยอาจใช้การรักษาวิธีใดวิธีหนึ่งหรือหลายวิธีร่วมกัน เช่นการทำทรีตเมนต์ร่วมกับการทำเลเซอร์ หรือรักษาด้วยวิธี Thermage ร่วมกับการฉีด Botox

          อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการป้องกัน ทำอย่างไรจึงจะลดหรือชะลอการเกิดริ้วรอย แนะนำหลักการง่ายๆ ดังนี้

           การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวให้เหมาะกับสภาพผิว และใช้เป็นประจำ เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นแข็งแรง และ ชะลอการเกิด ริ้วรอยก่อนวัย โดยเฉพาะคนที่มีผิวแห้ง

           หลีกเลี่ยงการได้รับรังสี UV ที่มากเกินไป เพราะเป็นตัวการทำลายผิว ควรทาครีมป้องกันแสงแดดที่มีประสิทธิภาพในปริมาณที่เหมาะสมเป็นประจำทุกวัน

           นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ผิวมีเวลาพักผ่อนและซ่อมแซมตัวเอง โดยระยะเวลาอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน

           รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะผักผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ

            ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8 แก้วเพื่อให้ร่างกายไม่ขาดน้ำ

           ไม่ดื่มเหล้า หรือสูบบุหรี่ เพราะทำให้เกิดอนุมูลอิสระในร่างกาย

           อย่าลืมออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด

           พยายามไม่เครียด และหลีกเลี่ยงการขมวดคิ้วหรือย่นหน้าผากบ่อยๆ เพื่อป้องกันริ้วรอยก่อนวัย





Tag : สกัดริ้วรอย
เมื่อ : 17 ต.ค. 52 19:03:54
ที่มา: www.kapook.com
โดย : kura