18 ไอเดียเสริมสุขภาพบ้าน

 
18 ไอเดียเสริมสุขภาพบ้าน

ห้องนั่งเล่นปลอดโปร่ง 1. เลือกใช้โทนสีกลางที่ดูอ่อน สว่าง และสบายตาสำหรับพื้นที่ผนังรอบห้องนั่งเล่น รวมถึงการเปิดช่องหน้าต่างด้วยกระจกบานกว้างเพื่อรับแสงธรรมชาติและลมในเวลากลางวัน เพื่อสร้างบรรยากาศที่ชวนผ่อนคลาย และอยู่สบายได้ทั้งวันโดยไม่รู้สึกอึดอัด 2. พยายามใช้วัสดุธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนประกอบและตกแต่งห้องนั่งเล่น อย่าง ไม้ หินทราย หินกาบกระเบื้องเซรามิก หรือผ้าฝ้าย เพราะนอกจากตัววัสดุจะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่เพิ่มมลพิษในอากาศแล้ว ยังไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพคุณเองด้วย 3. ถ้าต้องการใช้พรมแต่งห้อง ไม่ควรยึดพรมติดกับผิวผนังและพื้น เพราะจะทำให้เกิดฝุ่นผงข้างใต้ที่กำจัดไม่ได้ แถมตัวเส้นใยสังเคราะห์ยังทำให้เกิดปัญหาการแพ้สารเคมีได้ 4. ห้องนั่งเล่นมักจะเป็นโฮมเธียร์เตอร์ของบ้านด้วยเสมอ แต่ถ้าเป็นไปได้ ควรลดปริมาณคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเวลาไม่ใช้งาน ถอดปลั๊ก ปลดสวิทช์เครื่องเสียง ทีวี และคอมพิวเตอร์ต่างๆเพื่อลดการแผ่กระจายของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าภายในบ้าน และควรวางทีวีให้ห่างจากสายตาอย่างน้อย 5 ฟุต 5. ห้องนั่งเล่นเป็นทั้งห้องรับแขกที่ต้อนรับผู้คนหลากหลาย เฟอร์นิเจอร์ที่เลือกใช้จึงควรเลือกขนาดใหญ่พอเหมาะ สำหรับนั่งสบาย อาจมีโซฟากลางขนาดใหญ่ แล้วเสริมด้วยอาร์มแชร์ สตูล หรือเก้าอี้ดีไซน์แตกต่างผสมผสาน เพื่อให้เลือกใช้ได้ตามรสนิยม ห้องครัวสะอาดสดชื่น 6. ครัวเป็นทั้งห้องที่สร้างกลิ่นหอมและสะสมกลิ่นเหม็นได้ในเวลาเดียวกัน ดังนั้นต้องหมั่นดูแลทำความสะอาดครัวอยู่เสมอ ถ้าให้ดีควรหันห้องครัวไปอยู่ทางด้านที่มีแสงแดดส่องถึง เพื่อช่วยคลายความอับชื้นและเชื้อรา รวมไปถึงการติดเครื่องดูดควันในการปรุงอาหาร 7. เคาน์เตอร์และอ่างล้างจานควรเป็นวัสดุผิวเรียบที่ไม่ดูดซับเศษอาหารหรือเชื้อโรค อาจบุด้วยกระเบื้องเซรามิกที่ทำความสะอาดง่าย แต่ต้องระวังคราบสะสมที่รอยยาแนวด้วย 8. หมั่นล้างและผึ่งอุปกรณ์เครื่องใช้ในครัวให้สะอาดและปลอดเชื้อ โดยเฉพาะเขียงไม้ ควรใช้น้ำสบู่อุ่นๆล้างทำความสะอาดหลังการใช้ หรือใช้ฟองน้ำหยาบชุบเกลือป่นขัดแรงๆ ล้างให้สะอาดแล้วตากแดดให้แห้งก่อนเก็บด้วย 9. เลือกตู้เย็นขนาดพอเหมาะกับจำนวนสมาชิกในบ้าน และควรเป็นรุ่นประหยัดไฟเบอร์ 5 โดยจัดวางตู้เย็นให้ห่างจากฝาผนังบ้านทั้งด้านหลังและด้านข้างไม่น้อยกว่า 15 เซนติเมตร เพื่อการระบายความร้อน แถมยังช่วยประหยัดไฟได้ด้วย 10. อุปกรณ์ช่วยดูดสารพิษในครัวเรือนแบบง่ายและราคาไม่แพงคือ ต้นไม้ ซึ่งสามารถกลายเป็นเครื่องฟอกอากาศแบบธรรมชาติได้ดี แถมยังดูสวยงามและสบายตาด้วย ว่ากันว่า เศรษฐีเรือนใน สามารถช่วยลดสารฟอร์มัลดีไฮด์ซึ่งเป็นก๊าซมีกลิ่นฉุนซึ่งแฝงมากับพลาสติก กาวสังเคราะห์ สี ปุ๋ย อาหาร และยาได้ดีมาก ห้องนอนหลับสบาย 11. ความสำคัญของห้องนอนก็คือเตียงนอน ควรเลือกเตียงที่มีความหนาแน่นพอ รองรับกระดูกสันหลังได้ดี เพื่อทำให้ชั่วโมงการนอนหลับได้สบายตลอดคืน ตื่นมาไม่ปวดเมื่อย รวมไปถึงการใช้ผ้าปูเตียงที่ไม่ผสมใยสังเคราะห์ เพราะอาจมีสารเคมีที่เป็นอันตรายได้ ให้เลือกผ้าฝ้ายธรรมชาติ ไม่ผ่านกระบวนการฟอกย้อมยิ่งดี จำนวนเส้นด้ายการทอต่อตารางนิ้วสัก 200-250 ตัวเลขยิ่งสูงแสดงถึงความทนทานและนุ่มนวลของผ้าที่มากยิ่งขึ้น และใช้เตียงนอนแบบที่ขอบเตียงแนบกับพื้นห้องเพื่อป้องกันฝุ่นกำจัดยากบริเวณใต้เตียงด้วย 12. หมอนที่ช่วยให้นอนหลับสบายต้องรองรับส่วนโค้งบริเวณท้ายทอยและส่วนเว้าของคอได้พอดี ท่านอนหนุนหมอนควรจะนอนหงายให้ไหล่ชนกับขอบหมอนเพื่อการรองรับต้นคอ แต่ถ้านอนตะแคงให้หมอนอยู่ตรงซอกคอและชนขอบไหล่พอดี 13. แสงไฟที่เหมาะกับบรรยากาศในห้องนอนควรเป็นไฟแบบปรับระดับแสงได้ อย่าใช้ไฟร้อนส่องแรงทำให้นอนไม่หลับ หรืออาจเพิ่มฟังก์ชันของไฟอ่านหนังสือที่หัวเตียง และมีช่องหน้าต่างโปร่งเพื่อเปิดรับแสงและระบายความอับชื้นในเวลากลางวัน 14. ห้องนอนมักจะมีมุมแต่งตัวอยู่ด้วย ดังนั้นต้องจัดระเบียบเสื้อผ้าข้าวของเข้าตู้ให้เรียบร้อยสะอาดตา อย่าพยายามเก็บสะสมอะไรมากนัก ของที่ไม่ใช้ก็ตัดใจทิ้งบ้าง จะได้ไม่เป็นแหล่งของรกและก่อปัญหาฝุ่นหรือเชื้อราตามมา และหมั่นเช็ดถูทำความสะอาดห้องด้วยผ้าชุบน้ำทุกวันหรือดูดฝุ่นทุกสัปดาห์ 15. สร้างบรรยากาศด้วยกลิ่นหอมชวนผ่อนคลาย อาจเป็นกลิ่นหอมธรรมชาติจากดอกไม้สดแบบ (แต่ต้องเก็บทิ้งทันทีที่เหี่ยว) หรือใช้เทียนหอม น้ำมันหอมระเหย หรือดอกไม้แห้ง การใช้กลิ่นหอมยังช่วยบำบัดจิตใจให้รู้สึกสงบ ลดความเครียดความกังวล และความดันโลหิตได้ โดยเฉพาะกลิ่นลาเวนเดอร์ ห้องน้ำน่าใช้ 16. ความรู้สึกน่าใช้ในห้องน้ำเริ่มจาก พื้นที่แห้งสะอาดและอากาศบริสุทธิ์ วิธีที่ดีและง่ายที่สุดคือเปิดช่องหน้าต่างให้แสงแดดส่องถึง ให้ลมถ่ายเท หรือติดพัดลมดูดอากาศเหนืออ่างอาบน้ำและห้องอาบน้ำ ช่วยป้องกันความอับชื้นและเชื้อรา 17. วัสดุตกแต่งในห้องน้ำก็ควรเป็นวัสดุที่ไม่ทำร้ายสุขภาพเช่นกัน พยายามเลือกวัสดุประเภทกระจก โลหะ ไม้ หรือหิน หลีกเลี่ยงไฟเบอร์กลาสและวัสดุสังเคราะห์ รวมถึงใช้สุขภัณฑ์ประหยัดน้ำ และต้องหมั่นทำความสะอาดอุปกรณ์ในห้องน้ำเป็นประจำเพื่อป้องกันการเกิดแบคทีเรีย 18. ทำสปาให้ตัวเอง ด้วยการอาบน้ำร้อนสลับน้ำเย็น เพื่อปรับสมดุลและฝึกการปรับตัวของระบบประสาท หรือนอนแช่น้ำอุ่นซึ่งเติมเกลืออาบน้ำหรือน้ำมันหอมลาเวนเดอร์ ประมาณ 20-30 นาที พร้อมกับขัดตัวไปด้วย ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด อย่าลืมจุดเทียนหอมและเปิดเพลงเบาๆคลอไปด้วย แต่อย่าแช่น้ำร้อนนานกว่าครึ่งชั่วโมงล่ะ เพราะจะทำให้เลือดสะสมที่ผิวหนังมากเกินไป และอาจไปเลี้ยงสมองไม่พอ



เมื่อ : 10 ธ.ค. 49 18:30:49
ที่มา: http://www.pooyingnaka.com/
โดย : vipcream